ความรู้เบื้องต้นมาตรวิทยา

การสอบเทียบ

การทดสอบ

ข่าวสารมาตรวิทยา

  "สมาคมฯจะจัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 ขึ้น ในวันพุธที่ 29 เดือน กุมภาพันธ์ 2555  ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ส่วนรายละเอียดจะแจ้งให้ทรายอีกครั้ง "


หมวดที่ 1  ความทั่วไป หมวดที่ 2  สมาชิก
หมวดที่ 3  การดำเนินกิจกรรมสมาคม หมวดที่ 4  การประชุมใหญ่
หมวดที่ 5  การเงินและทรัพย์สิน หมวดที่ 6  การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
หมวดที่ 7  บทเฉพาะกาล


หมวดที่ 1 ความทั่วไป

  1. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมมาตรวิทยาแห่งประเทศไทย ย่อว่า สมท. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า METROLOGY SOCIETY OF THAILAND ย่อว่า MST.
  2. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ เอ็ม (M) เอส (S) และ ที (T)
    ทับเลื่อมกันรูปเครื่องหมายของสมาคม
  3. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยาสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
    เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ถนนพหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  4. วัตถุประสงค์ของสมาคม
    • เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการติดต่อประสานงานของผู้ปฏิบัติงานด้านมาตรวิทยาในประเทศ
    • เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบมาตรวิทยาทั้งในและต่างประเทศ
    • เพื่อทำหน้าที่ให้การส่งเสริมการยอมรับในระบบมาตรวิทยาของประเทศในระดับนานาชาติ
    • เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และวิชาการระหว่างสมาชิก
    • เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านมาตรวิทยาของประเทศ

กลับขึ้นด้านบน

หมวดที่ 2 สมาชิก

  1. สมาชิกของสมาคมมี 5 ประเภท คือ
    • สมาชิกสามัญรายปี ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานด้านมาตรวิทยาหรือผู้ที่สนใจด้านมาตรวิทยา และชำระค่าสมาชิกเป็นรายปี
    • สมาชิกสามัญตลอดชีพ ได้แก่ ผู้ที่ปฏิบัติงานด้านมาตรวิทยาหรือผู้ที่สนใจด้านมาตรวิทยา และชำระค่าสมาชิกแบบตลอดชีพ
    • สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ สมาชิกที่เป็นนิสิตหรือนักศึกษาและสนใจด้านมาตรวิทยา
    • สมาชิกนิติบุคคล ได้แก่ บริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก
    • สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคมซึ่งณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
  2. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
    • เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว (เฉพาะสมาชิกสามัญ)
    • เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย   และไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
    • ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
    • ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษการต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นไปในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
  3. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
    • ค่าลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก  20   บาท (สำหรับสมาชิกใหม่)
      ค่าบำรุงประจำปีสมาชิกสามัญรายปี   200  บาท
      ค่าบำรุงสมาชิกสามัญตลอดชีพ  2,000 บาท
      ค่าบำรุงประจำปีสมาชิกนิติบุคคล   2,000  บาท
      สมาชิกวิสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก   20 บาท
    • ค่าบำรุงเป็นรายปี ปีละ 100  บาท
    • สมาชิกกิตติมศักดิ์มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
  4. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ   โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน  และให้เลขาธิการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขาธิการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้วผลเป็นประการใดให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
  5. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด
    ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
  6. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม.
  7. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
    • ตาย
    • ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
    • ขาดคุณสมบัติสมาชิก
    • ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
    • ขาดการชำระค่าบำรุงรายปีติดต่อกัน 2 ครั้ง โดยเจตนา
  8. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
    • มีสิทธเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
    • มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
    • มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
    • มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
    • สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง
    • มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
    • มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
    • มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
    • มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
    • มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม
    • มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
    • มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายหมวดที่ 3 การดำเนินกิจการสมาคม

กลับขึ้นด้านบน

หมวดที่ 3  การดำเนินกิจกรรมสมาคม

  1. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย 9 คน
    อย่างมากไม่เกิน 15 คน ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกสมาชิกสามัญจำนวน 11 คนเป็นคณะกรรมการ และคณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่พิจารณาเลือกนายก 1 คนให้นายกเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งอุปนายกสมาคมได้ไม่เกิน 3 คนจากคณะกรรมการที่ได้รับเลือก และแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมเข้าดำรงตำแหน่งต่างๆของสมาคมตามที่ได้กำหนด
    ไว้รวมไม่เกิน 15 คนโดยเลือกจากสมาชิกสามัญ โดยที่กรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
    • นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม
    • อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
    • เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
    • เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ
      รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคมและเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆองสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
    • ปฎิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆของสมาคม
    • นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
    • ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
    • กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
  2. คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี สำหรับนายกสมาคมอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้วแต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
  3. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่คนแทนเท่านั้น
  4. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
    • ตาย
    • ลาออก
    • ขาดจากสมาชิกภาพ
    • ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
  5. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
  6. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
    • มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้อง
      ไม่ขัดกับข้อบังคับฉบับนี้
    • มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
    • มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการไดั แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
    • มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
    • มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ
    • มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
    • มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมดรวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
    • มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
    • มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
    • จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
    • มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
    • คณะกรรมการจะต้องประชุมกันไม่น้อยกว่า 6 ครั้งตามความเหมาสม เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม
  7. การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
  8. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

กลับขึ้นด้านบน

หมวดที่ 4 การประชุมใหญ่

  1. การประชุมใหญ่ของสมาคม 2 ชนิด คือ
    • ประชุมใหญ่สามัญ
    • ประชุมใหญ่วิสามัญ
  2. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนธันวาคมของทุกๆปี
  3. การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้นหรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ร่วมของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
  4. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรโดยระบุวันเวลาและสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
  5. การประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    • แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
    • แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
    • เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
    • เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
    • เรื่องอื่นๆถ้ามี
  6. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญ
    เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้วยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไปและให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งหลังจากเวลาได้ล่วงเลยมาแล้วไม่น้อยกว่า 14 วันนับแต่วันที่เชิญประชุมใหญ่ครั้งแรก ในการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้จะมีสมาชิกมาร่วมประชุมเท่าใดให้ถือว่าครบองค์ประชุม
  7. การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
  8. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

กลับขึ้นด้านบน

หมวดที่ 5 การเงินและทรัพย์สิน

  1. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์
  2. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคมจะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการพร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้
  3. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
  4. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
  5. เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายและบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทนพร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง
  6. ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมและจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
  7. ผู้สอบบัญชีมีอำนาจที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
  8. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

กลับขึ้นด้านบน

หมวดที่ 6 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

  1. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์การประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้ามาร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
  2. การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด
  3. เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์)

กลับขึ้นด้านบน

หมวดที่ 7 บทเฉพาะกาล

  1. ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
  2. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและรักษาการในตำแหน่งกรรมการของสมาคมเพื่อรับสมัครสมาชิก และเมื่อรับสมัครสมาชิกสามัญได้จำนวนพอสมควรก็ให้จัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้นเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกของสมาคม แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการจัดประชุมใหญ่ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จะทะเบียนเป็นนิติบุคคล

กลับขึ้นด้านบน

PTB-MST Project 
Executive Summary
Activities
บริการฝึกอบรม 
ทดสอบความชำนาญ
สัมมนาวิชาการ
ประชุมใหญ่สามัญ 
มุมสมาชิก
มุมถาม-ตอบ

บริษัท มิราเคิล อินเตอร์เนชั่นแนลเทคโนโลยี จำกัด
"ศูนย์สอบเทียบเครื่องมือวัด"

http://www.measuretronix.com

บริษัท เมเชอร์โทรนิกซ์ จำกัด

http://www.w-dhave.inet.co.th

W. Dhavepatana Co.,Ltd

http://www.maxvalue.co.th

Max Value Technology Co,.Ltd

http://www.cal-laboratory.com

Calibration Laboratory Co.,Ltd.

สมาคมผู้ประกอบการเครื่องชั่งไทย

สมาคมผู้ประกอบการเครื่องชั่งไทย

ดาวน์โหลด Acrobat® Reader
Download Adobe® Acrobat® Reader now
ไฟล์ต่างๆที่เป็น PDF จำเป็นต้องใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Reader เพื่อเปิดดู และการพิมพ์
สมาคมมาตรวิทยาแห่งประเทศไทย  โปรแกรมการจัดอบรมประจำปี 2552
เอกสารบรรยายในวันงานการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 4     วันที่ 25 - 26 ก.พ. 52
งานประชุมวิชาการสมาคมมาตรวิทยาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 และการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2551   25-26 กุมภาพันธ์ 2552ณ  ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์  กำหนดการ วันที่ 25 - 26 ก.พ. 2552
Method Validation ของการทดสอบทางเคมี
สมาคมฯมีการจัดการสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อ "ทำอย่างไรห้องปฏิบัติการจึงจะได้มาตรฐานสากล"
การสอบเทียบ UV Spectrophotometer : การสอบเทียบ การวัด การวิเคราะห์สารตามมาตรฐานสากล

ดูรายละเอียดทั้งหมด


Metrology Soiety of Thailand 196 Phaholyothin Road, Bangkhen Bangkok 10900 Thailand Tel/Fax 940-6943 Mail to  : mst@mst.or.th

                                                       
Powered by AIWEB